การศึกษากับการพัฒนาคุณธรรม : แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
บทนำ
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้นิยามความหมาย การศึกษากับการพัฒนาคุณธรรม โดยครอบคลุมถึง การจัดสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ที่เหมาะสม และการสั่งสอน อบรมบ่มนิสัยทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อพัฒนาให้บุคคลเป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์สิ่งผิดชอบชั่วดีได้ด้วยตนเอง เป็นผู้เคารพยกย่องในความดีงามที่เป็นสภาพเกื้อกูล ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ประเทศชาติ มวลมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติความดีงามนั้นจนเกิดเป็นนิสัย
ความหมายของ คุณธรรม ในงานวิจัยนี้ คือ คุณความดีซึ่งอาจดำรงอยู่ชั่วนิรันดร ตามนิยามของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ โดยครอบคลุมถึง ค่านิยม ความประพฤติ และการปฏิบัติจนเป็นนิสัย ในสิ่งที่เรียกว่าจริยธรรม ศีลธรรม ศาสนธรรม หรือ ธรรมวินัย (ธรรม = การเข้าถึงความจริงของธรรมชาติด้วยปัญญา, วินัย = การใช้ปัญญานำความรู้ในความจริงของธรรมชาติ มาใช้จัดระเบียบชีวิตและระเบียบสังคมให้ดี) เนื่องจากความหมายของ จริยธรรม คือ กฎเกณฑ์และมาตรฐานสำหรับความประพฤติของคนในสังคม และการวิจัยนี้มุ่งเสนอแนะการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณธรรม ดังนั้น จึงอาจจะมีการใช้คำว่า คุณธรรมและจริยธรรม ควบคู่กันไปในบางครั้ง
นิยามของคำว่า การจัดการศึกษา คือ การดำเนินงานของรัฐในการพัฒนาคุณธรรม ของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดปัญญาและความสามารถในการปฏิบัติคุณธรรมเหล่านั้นจน เป็นนิสัย ด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยเน้นการจัดสิ่งแวดล้อม จัดประสบการณ์ สั่งสอนอบรมและปลูกฝังลักษณะนิสัยทั้งทางตรงและทางอ้อม
ในการกำหนดกรอบความคิดเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของการศึกษา กับวิธีการในการพัฒนาคุณธรรม ผู้วิจัยได้อาศัยแนวคิดของนักปรัชญา นักจิตวิทยา นักการศึกษา และศาสนบุคคล ทั้งฝ่ายพุทธศาสนา คริสตศาสนา และอิสลาม ดังนี้
แนวคิดเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของการศึกษา
พลาโต (Plato)
ปรัชญาเมธีชาวกรีก ที่มีชื่อเสียงในฐานะเป็นบิดาของปรัชญาแนวจิตนิยม มีแนวคิดว่า การศึกษา คือ การให้ความเจริญเติบโต ซึ่งจะต้องเน้นการอบรมจิตใจ เนื่องจากจิตใจที่ดีงามนั้นเป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งความเจริญงอกงามด้านอื่น ๆ และมีความเห็นว่า คุณธรรม มี 2 ประเภทคือ คุณธรรมทางปรัชญา ซึ่ง เป็นคุณธรรมสูงสุดที่ต้องอาศัยปัญญาและความเข้าใจ กับคุณธรรมทางสังคม ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามประเพณีและความเชื่อของสังคม
จอห์น ดิวอี้ (John Dewey )
นักปรัชญาการศึกษาชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นบิดาของปรัชญาพิพัฒนาการนิยม และเป็นที่ยอมรับของนักการศึกษาทั่วโลก มีความคิดเห็นว่าการศึกษาเป็นกระบวนการทางสังคม ที่เกิดขึ้นได้ทั้งในและ นอกสถานศึกษา เป็นการสร้างสม ถ่ายทอดทฤษฎี และประสบการณ์ของมนุษย์
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ ปยุตโต)
พระภิกษุซึ่งเป็นผู้นำทางความคิดของ นักวิชาการในประเทศไทยปัจจุบัน เกี่ยวกับการศึกษากับการพัฒนาที่ยั่งยืน และการศึกษาเพื่อสันติภาพของโลก ได้อ้างหลักการพระพุทธศาสนาซึ่งสอนว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องฝึก และฝึกได้ ฝึกไปทำไม ก็ฝึกให้ดำเนินชีวิตดียิ่งขึ้นไป จะได้มีชีวิตที่ดีงาม มีความสุข เป็นอิสระ และอยู่ร่วมกันได้ อย่างมีสันติสุขในสังคมและในโลก
การดำเนินชีวิตที่ดี ที่เรียกว่าจริยะ สัมพันธ์กับการเรียนรู้ คือ การศึกษา และกล่าวว่า
มนุษย์เป็นส่วนหนึ่ง อยู่ในระบบความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัยของธรรมชาติ ที่ทุกส่วนส่งผลกระทบต่อกัน จึงต้องทำการที่เกื้อกูลประสาน กลมกลืนกัน ส่วนในระดับที่สูงขึ้นไปจากนั้น คือ มนุษย์ต้องมีอิสรภาพภายใน อันเกิดจากการพัฒนาตนด้วยการพัฒนาจิตปัญญาจนกระทั่งมีความสุขที่เป็นไทแก่ตนเอง ซึ่งจะทำให้เขาสามารถกลับมาเกื้อกูลต่อธรรมชาติแวดล้อมและเพื่อนมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น
สถาบันข่าวสารและการศึกษาอิสลาม (The Institute of Islamic Information and Education)
ระบุในข้อมูลอินเตอร์เนต ว่าศาสนาอิสลามสอนชาวมุสลิม ให้เป็นผู้ยึดมั่นในพระผู้เป็นเจ้าและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เช่น มั่นคง อดทน ให้อภัย ให้ทานทั้งในยามที่อุดมสมบูรณ์และในยามทุกข์ยาก ไม่โกรธ รักความยุติธรรม และ ถ่อมตนชาวมุสลิมที่ดีต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เริ่มจากครอบครัว ได้แก่ บิดามารดา สามีภรรยาและบุตรธิดา ไปสู่สังคมภายนอก คือ ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน มิตรสหาย เด็กกำพร้า หญิงหม้าย ชุมชนที่ขาดแคลน ชาวมุสลิมอื่น ๆ มวลมนุษย์ และสัตว์ต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก วิธีการที่จะพัฒนาคุณธรรมของชาวมุสลิม คือ มีศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าและคำสอนของพระองค์ สวดมนต์ภาวนา และปฏิบัติตนตามคำสอนอย่างเคร่งครัด ทั้งในครอบครัวและในสังคมภายนอก และจะต้องปฏิบัติตั้งแต่เป็นทารกจนถึงสิ้นอายุขัย
เซบาสเตียน เอ. ซาเมย์ (Sebastian A. Samay, O.S.B)
นักบวชในคริสตศาสนาท่านหนึ่ง เขียนไว้ในบทความชื่อ Affectivity : The Power Base of Moral Behavior ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญกรุงเทพว่า จุดหมายปลายทางของการพัฒนามนุษย์นั้น ไม่ใช่เพื่อให้รู้วิชาแต่เพื่อให้เป็นคนที่สามารถกระทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง หรือเป็นคนที่มีอิสระ (an autonomous person) เป็นคนที่ควบคุมตนเองได้ (a self-regulating agent) และ ไม่เพียงแค่มีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่สามารถนำทางชีวิตของตนเองได้อย่างเสรี แน่วแน่มั่นคง
แนวคิดด้านวิธีการพัฒนาคุณธรรม
แฮรี่ ซี. แม็คโคน ( Harry C. Mc Kown)
นักการศึกษาชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงด้านจริยศึกษา (Character Education) กล่าวว่า วิธีพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม มีทั้งทางตรงและทางอ้อม การพัฒนาโดยตรง หมายถึง การพิจารณากำหนดอุดมการณ์ คุณงามความดี หรือบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ไว้อย่างแน่ชัด แล้วจึงพัฒนาบุคคลเพื่อให้เกิดสิ่งเหล่านั้น โดยการใช้สื่อ ต่าง ๆ เช่น ถ้อยคำ สุภาษิต คำคม การท่องอาขยาน การปฏิบัติตามบทบัญญัติ เป็นต้น ส่วนการพัฒนาทางอ้อม คือ การจัดสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์พิเศษให้สัมพันธ์กับการสอนโดยตรง ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ ควรกระทำควบคู่กันไป
เจ. วัตคิน (J.Watkin, 1976)
ระบุว่าวิธีการพัฒนาคุณธรรม โดยสรุปแล้ว มี 4 ทางเลือก ได้แก่
- ปล่อยให้เรียนรู้เองตามธรรมชาติ
- จัดโอกาสให้ค้นหาตนเองโดยอาศัยหลักการทำค่านิยมให้กระจ่าง
- สอนให้รู้จักใช้กระบวนการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและมีคุณธรรม และ
- สอนชุดของค่านิยมและให้การปฏิบัติควบคู่ไปกับสิ่งที่สอน
ซึ่งวิธีแรก ไม่เป็นที่ยอมรับขององค์กรวิชาชีพและคนทั่วไป วิธีที่สองใช้ได้กับค่านิยมบางประการเท่านั้น วิธีที่สามช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดได้จริง แต่ไม่แน่ว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ด้วยหรือไม่ ส่วนวิธีที่สี่เหมาะสมกับการพัฒนาคุณธรรมหรือค่านิยมที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ไม่เหมาะสมกับการพัฒนาค่านิยมบางประการที่จำเป็นสำหรับสังคมยุคโลกาภิวัฒน์ ดังนั้น การพัฒนาคุณธรรมและลักษณะนิสัย จะต้องผสมผสานกันหลายวิธี และต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางปรัชญาของแต่ละสังคมด้วย สิ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียนในสถานศึกษา คือ คุณภาพของความสัมพันธ์ระหว่างครูอาจารย์ด้วยกัน และระหว่างครูอาจารย์กับผู้บริหารโรงเรียน เพราะบรรยากาศที่สมัครสมานสามัคคีกันภายในสถานศึกษา จะเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียน
เอ็ม. วัตสัน (M. Watson, 1989)
ซึ่งมีประสบการณ์ในการวิจัยและพัฒนาเยาวชนโดยเน้น 3 ระบบที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ ระบบจิตใจ ระบบการรับรู้ และระบบความประพฤติ ได้พบว่ามีประสบการณ์ที่สำคัญต่อการพัฒนาดังกล่าว 5 ประเภท ได้แก่
ประสบการณ์ด้านความสัมพันธ์เชิงสนับสนุนระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก
ประสบการณ์ในการได้สัมผัสกับค่านิยมที่พึงประสงค์ของสังคม
ประสบการณ์ในการได้มีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนฝูง
ประสบการณ์ในการได้คิดวิเคราะห์และอภิปรายซักถามประเด็นที่เกี่ยวกับคุณธรรม
ประสบการณ์ซึ่งส่งเสริมให้เข้าใจบุคคลอื่น


































